ปัญหาการเรียนในเด็ก
การเรียนเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับชีวิตในวัยเด็ก และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตของเด็กอย่างมาก
ปัญหาการเรียนมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน แยกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
- สาเหตุภายในตัวเด็ก
- สาเหตุภายนอกตัวเด็ก
สาเหตุภายในตัวเด็ก ประกอบด้วย
1. สาเหตุด้านร่างกาย เช่น
1.1 เด็กที่มีการเจริญเติบโตทางสมองช้า เด็กกลุ่มนี้จะมีเชาว์ปัญญาต่ำ ซึ่งสังเกตได้ตั้งแต่เล็กๆ ว่ามีการยิ้ม ชันคอ คว่ำ นั่ง ยืน เดิน และพูดช้ากว่าเด็กอื่น เมื่อเข้าสู่วัยเรียนเด็กอาจเรียนไม่ได้เลย เรียนไม่ทันเพื่อนหรือเรียนได้เฉพาะชั้นต้นๆ แต่จะมีความลำบากขึ้นจนเรียนต่อไปไม่ได้ในชั้นสูงๆ ขึ้นไป ซึ่งมีวิชาเรียนมากขึ้นและบทเรียนยากขึ้น
1.2 เด็กที่มีความผิดปกติทางสมองที่ทำให้มีขีดจำกัดในวิธีการเรียนรู้บางอย่าง เช่น มีความลำบากในการพูด การสะกดคำ การอ่าน การเขียน หรือการคิดคำนวณ ทั้งๆ ที่มีระดับเชาว์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่จะมีผลการเรียนต่ำในด้านที่สัมพันธ์ กับปัญหาดังกล่าว
1.3 เด็กปัญญาเลิศ คือเด็กที่มีเชาว์ปัญญาสูงกว่าปกติมาก มีลักษณะฉลาดเกินวัยมีความคิดสร้างสรรค์ และอาจมีความถนัดเป็นพิเศษทางด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ศิลปะ ดนตรี แต่ยังคงเป็นเด็กที่มีความต้องการอื่นๆ เหมือนเด็กทั่วๆไป ปัญหาที่พบมักจะเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้ และไม่สามารถเอื้ออำนวยต่อความต้องการ และความ
สามารถของเด็กได้อย่างเหมาะสม จึงพบปัญหาการปรับตัวได้ เช่น การแยกตัวจากกลุ่มเพื่อน เบื่อหน่ายการเรียนไม่ได้เรียนสิ่งที่ตนสนใจหรือคับข้องใจที่ได้รับการส่ง เสริมแต่เพียงการใช้ความสามารถทางเชาว์ปัญญา แต่ขาดการตอบสนองทางอารมณ์ตามวัย
1.4เด็กที่เป็นโรคซนและสมาธิสั้น ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองบางส่วนคาดว่าอาจเกิดจากสารเคมีในสมองบางส่วน ไม่สมดุล เด็กจะมีอาการสำคัญคือ ซน อยู่ไม่นิ่ง ชอบวิ่ง ปีนป่าย กระโดด มีสมาธิสั้น เหม่อลอย วอกแวกง่าย หุนหัน วู่วาม ลำบากในการคุมตัวเอง
1.5เด็กมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจพิการ โรคไต โรคมะเร็ง หรือมีโรคที่มีผลกระทบต่อสมอง เช่น โรคลมชัก ทำให้เด็กต้องขาดเรียนบ่อยต้องหยุดพักรักษาตัวนาน ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนได้
1.6 เด็กมีความผิดปกติทางสายตา การได้ยิน หรือความพิการ ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเรียน
2. สาเหตุจากลักษณะเฉพาะของเด็ก
เช่น เด็กมีลักษณะสมยอม ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้
3. สาเหตุด้านอารมณ์จิตใจ
เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ มักจะมีความกังวล ครุ่นคิด แต่ปัญหาที่ไม่สบายใจ มักจะแสดงอาการดังนี้ เหม่อลอย อ่อนเพลีย เป็นลม กลับมามีปัสสาวะรดที่นอนอีก หรือหงุดหงิด ก้าวร้าวเปลี่ยนไปจากเดิม มีผลให้ความสนใจและสมาธิในการเรียนลดลง เรียนไม่ได้เต็มความสามารถ
สาเหตุภายนอกตัวเด็ก ประกอบด้วย
1. ปัญหาภายในครอบครัว เช่น
- ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อแม่แยกกันอยู่ หย่าร้าง ทอดทิ้งเด็ก มีการทะเลาะ หรือใช้ความรุนแรง
มีผลกระทบต่ออารมณ์ และการเรียนรู้ของเด็กได้
- การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม และความคาดหวังของผู้ใหญ่ เช่น การปล่อยปละละเลย ตามใจ หรือบังคับ เข้มงวด ตลอดจนมีความคาดหวังในการเรียนของเด็กมากเกินไป ล้วนก่อให้เกิดปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรมและการเรียนได้
- ปัญหาการเงิน เช่น ครอบครัวที่ต้องการแรงงานจากเด็กเพื่อช่วยหารายได้เข้าครอบครัว
มักจะทำให้เด็กขาดโอกาสได้เรียนอย่างเหมาะสมหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาการเงิน
เช่น พ่อหรือแม่ตกงาน ย่อมทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว และอาจมีผลกระทบต่อโอกาส
การเรียนของลูกได้
2. ปัญหาโรงเรียน เช่น
- ระบบโรงเรียน มาตรฐานการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกัน เช่น อนุบาลมีทั้งแบบ
เตรียมความพร้อมแบบกลางๆ และแบบเร่งรัดหรือความแตกต่างระหว่าง โรงเรียนรัฐบาล
กับเอกชนที่มีชื่อเสียง กับ โรงเรียนเมืองหลวงกับต่างจังหวัด ฯลฯ ล้วนมีผลต่อ วีธีการ บรรยากาศ และโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กหรือทัศนคติ และความคาดหวังของพ่อแม่ได้มาก
-ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูและเพื่อน จะพบว่าเด็กที่ขาดความสัมพันธ์อันดีกับครู มีการเปลี่ยนครูบ่อย เข้ากับเพื่อนไม่ได้ รังแกเพื่อน หรือถูกเพื่อนข่มขู่ รังแก อาจมีผลกระทบต่อการเรียนได้
การช่วยเหลือ
จะเห็นว่าปัญหาการเรียนเกิดจากหลาย สาเหตุ และอาจต้องการความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย เช่น พ่อแม่ ครูหรือทีมแพทย์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา โดยพ่อแม่จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้
*ทำความเข้าใจกับปัญหา โดยหาสาเหตุและแก้ไข ให้ตรงจุด ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือ
จากครูหรือแพทย์มีความคาดหวังต่อการเรียนของเด็กให้สอดคล้องกับความสามารถที่แท้จริง
ปัญหาการเรียนมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน แยกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
- สาเหตุภายในตัวเด็ก
- สาเหตุภายนอกตัวเด็ก
สาเหตุภายในตัวเด็ก ประกอบด้วย
1. สาเหตุด้านร่างกาย เช่น
1.1 เด็กที่มีการเจริญเติบโตทางสมองช้า เด็กกลุ่มนี้จะมีเชาว์ปัญญาต่ำ ซึ่งสังเกตได้ตั้งแต่เล็กๆ ว่ามีการยิ้ม ชันคอ คว่ำ นั่ง ยืน เดิน และพูดช้ากว่าเด็กอื่น เมื่อเข้าสู่วัยเรียนเด็กอาจเรียนไม่ได้เลย เรียนไม่ทันเพื่อนหรือเรียนได้เฉพาะชั้นต้นๆ แต่จะมีความลำบากขึ้นจนเรียนต่อไปไม่ได้ในชั้นสูงๆ ขึ้นไป ซึ่งมีวิชาเรียนมากขึ้นและบทเรียนยากขึ้น
1.2 เด็กที่มีความผิดปกติทางสมองที่ทำให้มีขีดจำกัดในวิธีการเรียนรู้บางอย่าง เช่น มีความลำบากในการพูด การสะกดคำ การอ่าน การเขียน หรือการคิดคำนวณ ทั้งๆ ที่มีระดับเชาว์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่จะมีผลการเรียนต่ำในด้านที่สัมพันธ์ กับปัญหาดังกล่าว
1.3 เด็กปัญญาเลิศ คือเด็กที่มีเชาว์ปัญญาสูงกว่าปกติมาก มีลักษณะฉลาดเกินวัยมีความคิดสร้างสรรค์ และอาจมีความถนัดเป็นพิเศษทางด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ศิลปะ ดนตรี แต่ยังคงเป็นเด็กที่มีความต้องการอื่นๆ เหมือนเด็กทั่วๆไป ปัญหาที่พบมักจะเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้ และไม่สามารถเอื้ออำนวยต่อความต้องการ และความ
สามารถของเด็กได้อย่างเหมาะสม จึงพบปัญหาการปรับตัวได้ เช่น การแยกตัวจากกลุ่มเพื่อน เบื่อหน่ายการเรียนไม่ได้เรียนสิ่งที่ตนสนใจหรือคับข้องใจที่ได้รับการส่ง เสริมแต่เพียงการใช้ความสามารถทางเชาว์ปัญญา แต่ขาดการตอบสนองทางอารมณ์ตามวัย
1.4เด็กที่เป็นโรคซนและสมาธิสั้น ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองบางส่วนคาดว่าอาจเกิดจากสารเคมีในสมองบางส่วน ไม่สมดุล เด็กจะมีอาการสำคัญคือ ซน อยู่ไม่นิ่ง ชอบวิ่ง ปีนป่าย กระโดด มีสมาธิสั้น เหม่อลอย วอกแวกง่าย หุนหัน วู่วาม ลำบากในการคุมตัวเอง
1.5เด็กมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจพิการ โรคไต โรคมะเร็ง หรือมีโรคที่มีผลกระทบต่อสมอง เช่น โรคลมชัก ทำให้เด็กต้องขาดเรียนบ่อยต้องหยุดพักรักษาตัวนาน ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อนได้
1.6 เด็กมีความผิดปกติทางสายตา การได้ยิน หรือความพิการ ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเรียน
2. สาเหตุจากลักษณะเฉพาะของเด็ก
เช่น เด็กมีลักษณะสมยอม ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้
3. สาเหตุด้านอารมณ์จิตใจ
เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ มักจะมีความกังวล ครุ่นคิด แต่ปัญหาที่ไม่สบายใจ มักจะแสดงอาการดังนี้ เหม่อลอย อ่อนเพลีย เป็นลม กลับมามีปัสสาวะรดที่นอนอีก หรือหงุดหงิด ก้าวร้าวเปลี่ยนไปจากเดิม มีผลให้ความสนใจและสมาธิในการเรียนลดลง เรียนไม่ได้เต็มความสามารถ
สาเหตุภายนอกตัวเด็ก ประกอบด้วย
1. ปัญหาภายในครอบครัว เช่น
- ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อแม่แยกกันอยู่ หย่าร้าง ทอดทิ้งเด็ก มีการทะเลาะ หรือใช้ความรุนแรง
มีผลกระทบต่ออารมณ์ และการเรียนรู้ของเด็กได้
- การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม และความคาดหวังของผู้ใหญ่ เช่น การปล่อยปละละเลย ตามใจ หรือบังคับ เข้มงวด ตลอดจนมีความคาดหวังในการเรียนของเด็กมากเกินไป ล้วนก่อให้เกิดปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรมและการเรียนได้
- ปัญหาการเงิน เช่น ครอบครัวที่ต้องการแรงงานจากเด็กเพื่อช่วยหารายได้เข้าครอบครัว
มักจะทำให้เด็กขาดโอกาสได้เรียนอย่างเหมาะสมหรือครอบครัวที่ประสบปัญหาการเงิน
เช่น พ่อหรือแม่ตกงาน ย่อมทำให้เกิดความเครียดในครอบครัว และอาจมีผลกระทบต่อโอกาส
การเรียนของลูกได้
2. ปัญหาโรงเรียน เช่น
- ระบบโรงเรียน มาตรฐานการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกัน เช่น อนุบาลมีทั้งแบบ
เตรียมความพร้อมแบบกลางๆ และแบบเร่งรัดหรือความแตกต่างระหว่าง โรงเรียนรัฐบาล
กับเอกชนที่มีชื่อเสียง กับ โรงเรียนเมืองหลวงกับต่างจังหวัด ฯลฯ ล้วนมีผลต่อ วีธีการ บรรยากาศ และโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กหรือทัศนคติ และความคาดหวังของพ่อแม่ได้มาก
-ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครูและเพื่อน จะพบว่าเด็กที่ขาดความสัมพันธ์อันดีกับครู มีการเปลี่ยนครูบ่อย เข้ากับเพื่อนไม่ได้ รังแกเพื่อน หรือถูกเพื่อนข่มขู่ รังแก อาจมีผลกระทบต่อการเรียนได้
การช่วยเหลือ
จะเห็นว่าปัญหาการเรียนเกิดจากหลาย สาเหตุ และอาจต้องการความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย เช่น พ่อแม่ ครูหรือทีมแพทย์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา โดยพ่อแม่จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้
*ทำความเข้าใจกับปัญหา โดยหาสาเหตุและแก้ไข ให้ตรงจุด ซึ่งอาจขอความช่วยเหลือ
จากครูหรือแพทย์มีความคาดหวังต่อการเรียนของเด็กให้สอดคล้องกับความสามารถที่แท้จริง
RSS Feed
Twitter
03:00
Jumper
